เขียนแผ่นซีดีของคุณด้วย nero BURNING ROM
อุดมทรัพย์ กรรดิพณิชกูล siamwriter@yahoo.com


    ปัจจุบันไดร์ฟซีดีรอม หรือ Compact Disk - Read Only Memory Drive กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้ว เครื่องใหม่ ๆ หรือ เมื่อ 2-3 ปีก่อน มักจะมีซีดีรอม มาเป็นอุปกรณ์ชุดของคอมพิวเตอร์เลยไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมหรือประกอบเองตามห้างอย่างพันธุ์ทิพย์ เนื่องจาก เทคโนโลยีการพัฒนาซีดีรอมไดร์ฟเอง ทำให้ราคาต่อหน่วยถูกลง ราคาเพียงพันต้น ๆ เราก็สามารถซื้อหามาใช้กันได้แล้ว ปัจจุบันไดร์ฟซีดีรอมก็มีความเร็ว ในการอ่านแผ่นกันสูงมาก ถึง 50X ขึ้นไป กันแล้ว ซึ่งคงไม่เร็วไปมากกว่านี้แล้ว ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีของไดร์ฟเองที่เป็นแบบ CLV ซึ่งจะทำให้ การอ่านข้อมูลผิดพลาดได้ เนื่องจากการหมุนแผ่นที่เร็วมากเกินไปนั่นเอง เหตุผลทีทำให้ซีดีรอมไดร์ฟ ได้รับความนิยมจนกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน คอมพิวเตอร์ ก็เนื่องจาก ความจำเป็นในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ๆ นั่นเอง สมัยก่อนเราคงจะเคยมีประสบการณ์ ที่เวลาจะใช้โปรแกรมสักตัวหนึ่ง จะต้องติดตั้งจากแผ่นดิสก์เก็ตหลาย ๆ แผ่น อย่าง ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ก็มีด้วยกันถึง 10 แผ่น หากเกิดปัญหากับแผ่นใด ก็เป็นอันว่าหมดหวังครับ   
    นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมาในเรื่องความสามารถ ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมใช้งาน หรือเกมส์ ซึ่งก็จะถูกบันทึกลงบนแผ่นซีดีรอมทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้การใช้ซีดีรอมไดร์ฟมีความจำเป็นมากขึ้นตามลำดับ จนในปัจจุบันกล่าวได้เลยว่า ร้อยเปอร์เซนต์ของโปรแกรม หรือเกมส์ จะถูกจัดเก็บลงบนซีดีรอมทั้งสิ้น และแน่นอนครับว่าต้องติดตั้งผ่านไดร์ฟซีดีรอม

จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

    จากเหตุผลข้างต้น ทำให้เราต้องสัมผัสกับซีดีรอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่เป็นโปรแกรม หรือโอเอสที่เราจำเป็นต้องมีสำหรับการใช้งาน หรือเกมส์ และเพลง MP3 ที่เราใช้สำหรับพักผ่อนเพื่อความบันเทิง ซึ่งแผ่นซีดีรอมเหล่านี้ เราอาจได้มาจากการซื้อหา หรือจัดทำได้ด้วยตัวเองด้วยการก๊อปปี้โปรแกรม  หนังเพลงที่เราชอบ ซึ่งก็จะช่วยให้เราประหยัดไปได้มากครับ

การเริ่มต้นเขียนแผ่นซีดี สำหรับมือใหม่ เราคงอาจสงสัยครับว่า ต้องมีอะไรกันบ้าง สิ่งที่เราต้องมี ก็จะต้องประกอบด้วย
1. ไดร์ฟสำหรับอ่านหรือเขียนแผ่นซีดีรอม (CD Writer)
    แน่นอนครับก่อนอื่นเราต้งอมีไดร์สำหรับอ่าน และเขียนแผ่นซีดีรอม หรือที่เรียกว่า CD Writer ก่อน ซึ่งปัจจุบัน ก็มีให้เลือกหลายแบบ หลายยี่ห้อราคา ก็ลดลงมามาก ซึ่งมีตั้งแต่ราคา 6 พัน ถึง หมื่นกว่าบาท ซึ่งก็จะมีประสิทธิภาพในการเขียน และความเร็วต่างกัน ซึ่งตรงนี้คิดว่าเราคงหารายละเอียด จากหนังสือ คู่มือ การซื้ออุปกรณ์ได้ไม่ยากครับ แต่ที่อยากแนะนำ ก็คือของ HP ครับ เนื่องจากประสบการณ์ที่ใช้อยู่ยอมรับเลยครับ ว่าเขียนแล้วไม่มี ปัญหาแผ่นเสียน้อยมาก อีกทั้งรองรับการเขียนที่ความเร็วต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า Multi Read

2. แผ่นซีดีรอมเปล่าแบบที่เขียนครั้งเดียว CD-R หรือแบบที่เขียนซ้ำได้ CD-RW
    นอกจาก CD-Writer แล้ว ลำดับต่อมาก็ต้องเตรียมแผ่นซีดีรอมเปล่า สำหรับเขียนข้อมูล ซึ่งก็พอที่จะแยกได้ เป็น 2 แบบ ด้วยกัน ดังนี้

  • แผ่นซีดีรอม แบบอ่านและเขียนอย่างเดียว หรือ CD-R
    เป็นแผ่นซีดีรอมที่เราเห็นขายกันอยู่ทั่วไป ซึ่งเราสามารถเขียนข้อมูลลงไปได้ครั้งเดียว เมื่อนำไปใช้จะไม่สามารถอ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ ลบข้อมูลในแผ่นได้ เหมาะกับการจัดเก็บข้อมูลที่เราต้องการเก็บไว้ถาวร ไม่ต้องการอัพเดต เข่น โปรแกรม เพลง หรือเก็บข้อมูลสำคัญ ๆ ซึ่งก็มี ตั้งแต่ราคา 15 - 40 บาท แล้วแต่ความจุและคุณภาพ แต่เน้นนิดนึงนะครับว่า แผ่นที่ราคาแพง ก็ใช่ว่าจะดี มีคุณภาพเสมอไป เพราะจาก ประสบกาณ์แล้ว ผมใช้แผ่นละ 18 บาท ที่มีความจุถึง 700 เมกกะไบต์ ก็สามารถเขียนแผ่นได้อย่างไม่มีปัญหา และแผ่นก็สามารถใช้งานได้ดี ทีเดียว
  • แผ่นซีดีรอมแบบอ่านและเขียนได้หลายครั้ง หรือ CD-RW
    เป็นแผ่นซีดีรอมที่มีขายทั่วไปเช่นกัน สามารถเขียนข้อมูลได้หลายครั้ง ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายอ้างว่าสามารถเขียนได้เป็นพันครั้ง แต่สำหรับผมคิดว่า สักร้อยครั้งนี่ ก็คุ้มแล้ว กลัวว่าแผ่นจะเป็นรอย เสียไป หรือหายไปก่อนล่ะมากกว่า เหมาะกับการเขียนข้อมูลที่มีการอัพเดตบ่อย ๆ เช่น การแบ็คอัพข้อมูล หรือใครเป็นประเภทขี้เบื่อ ใช้โปรแกรม หรือ ดูหนังฟังเพลง บ่อย ๆ กลัวบ้านจะรกไปด้วยซีดี ก็ลงทุนหน่อยครับ ครั้งเดียว ซื้อหา CD-RW มาใช้ ซึ่งราคาก็จะแพงกว่าแผ่น CD-R ประมาณ 4 - 5 เท่า คือ ราคาตกประมาณ 80 - 250 บาท ซึ่งก็อีกละครับ ว่าแผ่นที่ราคา แพงก็ใช่ว่าจะดี มีคุณภาพเสมอไป เพราะจากประสบกาณ์แล้ว ผมใช้แผ่นละ 80 บาท ที่มีความจุถึง 650 เมกกะไบต์ ก็สามารถเขียนแผ่นได้ อย่างไม่มีปัญหา และแผ่นก็สามารถใช้งานได้ดีไม่แพ้แผ่นแบบแบรนด์เนมเลย
  • โปรแกรมสำหรับเขียนแผ่นซีดีรอม
    มีโปรกรมสำหรับเขียนแผ่นซีดีรอมหลายตัวในปัจจุบัน ที่น่าใช้และเป็นที่นิยม สามารถรองรับการเขียนแผ่นแบบต่าง ๆ ทั้ง CD-R หรือ CD-RW ได้ รวมถึงมีวิซาร์ด (Wizard) ในการช่วยเขียน และสามารถเขียนแผ่นซีดีรอมได้ทั้ง แบบข้อมูล (Data CD) แบบเพลง (Audio CD) หรือแบบ หนัง  (VCD) โปรแกรมหนึ่งในนั้นที่มีความสามารถสูงและใช้งานงายตัวหนึ่งที่จะขอแนะนำก็คือ nero BURNING ROM

รู้จักกับ nero BURNING ROM

    nero BURNING ROM เป็นโปรแกรมสำหรับเขียนแผ่นซีดีรอมของบริษัท Ahead Software ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 5.0.2.2 แล้ว โปรแกรมสามารถใช้งานได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูงมาก เหมาะกับการเขียนซีดีรอม ในทุกแบบ ทุกประเภท ก็ว่าได้

หา nero BURNING ROM ได้จากไหน

    เราสามารถดาวน์โหลด nero BURNING ROM ได้จากเว็บไซต์ของ Ahead Software ได้เลยที่ลิงค์ http://www.ahead.de/en/Download.htm หรือเว็บ ดาวน์โหลดโปรกรมดัง ๆ อย่าง www.download.com หรือ www.tucows.com ก็ได้ โดยโปรแกรมมีขนาด 4.85 เมกกะไบต์ ทำงานบนวินโดวส์ 95, 98, NT และ 2000

รู้จักกับการใช้งาน nero BURNING ROM ตัวเก่ง

    เมื่อเราดาวน์โหลดและทำการติดตั้งโปรแกรมรเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะสร้างช็อตคัทไอคอน pic003.gif (1847 bytes) ลงบนเดสก์ท็อป ให้เราดับเบิ้ลคลิกได้เลย ก็จะเข้าสู่ โปรแกรม ซึ่งโปรแกรมจะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว รวมทั้ง Serial Number ซึ่งเราจะได้มาก่อต่อเมื่อต้องลงทะเบียนซื้อโปรแกรมก่อนครับ แต่กรณีที่เรา จะลองใช้กันก่อน ดีแล้วค่อยซื้อหากัน ก็ได้ครับ ให้คลิกที่ปุ่ม Demo ได้เลย

รูปที่ 1 กรอกรายละเอียดก่อนใช้งาน

    โปรแกรมจะแจ้งให้เราทราบว่า ตอนนี้เราใช้โปรแกรมในแบบเดโมหรือทดลองใช้อยู่ จะจำกัดเวลาการใช้ของเรา จนถึงเวลาที่กำหนดที่ได้แสดงไว้ ซึ่งถ้าหมดเวลาก็ไม่สามารถใช้ได้ครับ นอกจากนี้หากเราซื้อเวอร์ชั่นจริงแล้ว จะสามารถใช้งานได้ไม่จำกัดเวลา และยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นการทำงาน ของโปรแกรมได้ทุกฟังก์ชั่น เช่น การ เขียนลงแผ่นซีดีสองแผ่น ในเวลาเดียวกันได้ เป็นต้น ซึ่งก็อ่านข้อดีที่ว่าได้จากไดอะล็อกนี้ครับ จากนั้นก็ให้เรา กดปุ่ม OK เพื่อใช้งานโปรแกรมกันเลย

กำหนดรูปแบบการเขียนซีดีที่ Multisession

รูปที่ 2 กรอกรายละเอียดก่อนใช้งาน

    ในลำดับแรกของการใช้งานจะเข้าสู่หน้าจอหลักของโปรแกรม ที่ไดอะล็อกบ๊อกซ์ New Compilation คือ การเลือกประเภทของการเขียนซีดี นั่นแองครับ เพราะว่าซีดี เราก็เห็น ๆ กันอยู่นะครับ ว่ามีหลายแบบ หลายประเภท แต่สังเกตว่า โปรแกรมจะเลือกเป็นประเภท CD-ROM (ISO) ให้เรา เนื่องจากเป็น มาตรฐานของการเขียนซีดีส่วนใหญ่ หรือใช้สำหรับการเก็บข้อมูลธรรมดา ลงแผ่นซีดี เช่น การสำรองข้อมูลเป็นต้น โดยจะเลือกมาที่ส่วนแท็บ Multisession ก่อน ซึ่งเจ้า Multisession นี้ คือ การกำหนดว่าจะให้มีการเขียนซีดีรอมในลักษณะแบบใด ซึ่งประกอบด้วย

  • Start Multisession disk     คือให้การเขียนซีดีรอมนี้ สามารถเขียนต่อในตอนหลังได้
  • Continue Multisession      ใช้สำหรับเขียนต่อจากแผ่นที่ได้เขียนไปแล้วก่อนหน้า
  • No Multisession         กำหนดให้ไม่มีการเขียนต่อในภายหลัง

    ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะใช้ตัวเลือกที่ 3 ในการเขียนแผ่นซีดีทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็มักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแผ่นเสีย สำหรับตัวเลือกนี้

รูปที่ 3 กำหนดการใช้ Multisession ในการเขียนแผ่นซีดี

กำหนดรูปแบบการเขียนไฟล์ที่ File Options

    ถัดมาในแท็บของ File Options จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของไฟล์ที่จะทำการเขียนลงในซีดี ซึ่งก็จะประกอบด้วย  File/Directorynames   length สำหรับกำหนดความยาวของชื่อไฟล์และไดเร็กทอรีหรือโฟลเดอร์ ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

  • ISO Level 1      สำหรับกำหนดชื่อไฟล์และไดเร็กทอรีที่จะเขียนลงแผ่นได้ 11 ตัวอักษร คือ เป็นชื่อไฟล์ 8 ตัว และ นามสกุลอีก 3 ตัว ซึ่งเป็น ลักษณะของชื่อไฟล์แบบเก่า
  • ISO Level 2         สำหรับกำหนดชื่อไฟล์และไดเร็กทอรีที่จะเขียนลงแผ่นได้ยาวถึง 31 ตัวอักษร ซึ่งกรณีที่เรามีโฟลดอร์ยาว ๆ ก็ควรใช้ตัวเลือกนี้ ถ้าใช้แบบแรกจะทำให้อ่านไม่ออกครับ

Format สำหรับกำหนดรูปการเขียนไฟล์ลงแผ่นซีดี ประกอบด้วย

  • Mode 1   เป็นโหมดที่ใช้สำหรับกำหนดให้ซีดีรอมทั่ว ๆ ไป สามารถอ่านได้ เหมาะกับการที่อาจจะนำซีดีที่เขียนนี้ ไปใช้กับซีดีรอมไดร์ฟรุ่นเก่า ๆ ที่มีความเร็วต่ำ อย่าง 8X หรือ 16X เป็นต้น ซึ่งก็จะใช้เวลาในการเขียนนานกว่า
  • Mode 2/XA   เป็นโหมดที่ใช้สำหรับกำหนดให้อ่านได้กับซีดีรอมทั่ว ๆ ไป เช่นเดียวกัน แต่อาจมีปัญหาหากนำไปใช้กับ ซีดีรอมไดร์ฟรุ่นเก่า ๆ ที่มีความเร็วต่ำ

Character Set สำหรับกำหนดรูปแบบของตัวอักษรที่ใช้ในการตั้งชื่อไฟล์และไดเร็กทอรี ประกอบด้วย

  • ISO 9660      เป็นตัวเลือกที่ใช้บ่อย ๆ ทำให้เราสามารถตั้งชื่อไฟล์ยาว ๆ ได้
  • DOS      เป็นตัวเลือกที่ใช้ชุดของตัวอักษรที่แสดงเห็นได้ในระบบดอส
  • ASCII      เป็นตัวเลือกที่ใช้ชุดของตัวอักษรในระบบมาตรฐานแอสกี
  • Juliet     เป็นตัวเลือกที่จะทำให้เราสามารถตั้งชื่อไฟล์ในรูแบบของ Unicode ทำให้สามารถตั้งชื่อเป็นภาษาไทยได้

รูปที่ 4 กำหนดคุณสมบัติของไฟล์และไดเร็กทอรีที่เขียนลงซีดีจากแท็บ File Options

Relax ISO Restriction สำหรับกำหนดโครงสร้างของไดเร็กทอรี ประกอบด้วย

  • Allow pathdepth of more than 8 directories      กำหนดให้สามารถเขียนไดเร็กทอรีย่อย ๆ ซึ่งมีลำดับชั้นความลึก ได้มากกว่า 8 ไดเร็กทอรี
  • Allow more than 255 characters in path กำหนดให้ในพาร์ทหนึ่ง ๆ หรือไดเร็กทอรีหนึ่ง ๆ สามารถมีไดเร็กทอรีย่อยภายในได้ถึง 255 ไดเร็กทอรี

    ตรงนี้หากไม่เข้าใจก็ใช้ค่าปกติของโปรแกรมครับ คือ โปรแกรมจะกำหนดให้เลือกใช้เป็นดีฟอลต์เลย แต่หากเราใช้ วินโดวส์ 3.11 ก็ให้เอาตัวเลือกนี้ ออกครับ เพราะจะทำให้ไม่สามารถอ่านแผ่นได้ แต่คงไม่มีแล้วมังครับ Jถ

กำหนดรายละเอียดให้แผ่นที่ Volumn Descriptor

    ในส่วนของแท็บ Descriptor จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับกำหนดรายละเอียดให้กับแผ่น ได้แก่ Volumn Label ซึ่งเป็นชื่อของแผ่น ที่เวลาเปิดด้วย My Computer ก็จะปรากฏขึ้นให้ทราบ เป็นต้น รวมถึงรายละเอียดของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ผู้จัดทำ (Publisher) หรือโปรแกรมที่ใช้เขียน (Applicaton) เป็นต้น เราอาจไม่กำหนดก็ได้ในส่วนนี้ แต่อย่างน้อยควรจะกำหนด Volumn Label ไว้ครับ จะทำให้เราทราบได้ เวลาเอาไปใช้ว่าเป็นแผ่นอะไร ซึ่งปกติโปรแกรม จะกำหนดรูปแบบการตั้งชื่อแผ่นเป็น ISO9660 ให้อัตโนมัติ ซึ่งเราก็ใช้ตัวเลือกนี้ได้เลยครับ เพียงแต่ป้อนชื่อที่เราต้องการลงในช่อง Volumn Label เท่านั้น

รูปที่ 5 กำหนดชื่อแผ่นที่ Volumn Descriptor

รู้ว่าเขียนวันไหนด้วย Date
    ในส่วนของแท็บ Date จะเป็นส่วนที่ใช้ระบุรายละเอียดของไฟล์ที่เขียนลงในซีดีว่าได้ถูกเขียนขึ้นเมื่อวันไหน เวลาไหน ใช้ช่วยเตือนความจำครับ ซึ่งมีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ คือ

  • Use the date and time from the original file ใช้วันเวลาเดียวกับไฟล์ต้นฉบับ
  • Use current date and time ใช้วันเวลาปัจจุบัน
  • Use this date ใช้วันเวลาที่เรากำหนดขึ้น

รูปที่ 6 กำหนดวันที่ให้กับแผ่นซีดี

กำหนดรูปแบบและความเร็วการเขียนแผ่นที่ Burn
    ในส่วนของ Burn จัดว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากจะใช้ในการกำหนดรูปแบบการเขียนแผ่นซีดี และความเร็วที่ใช้ ซึ่งจะประกอบด้วย
Action สำหรับกำหนดเงื่อนไขการเขียนแผ่นซีดี ซึ่งมีด้วยกันหลายขั้นตอน ดังนี้

  • Determine maximum speed ตัวเลือกนี้ ใช้สำหรับกรณีที่เราต้องการให้โปรแกรมตรวจสอบซีดีรอมไดร์ฟของเราว่าสามารถเขียนแผ่นได้ที่ความเร็วมากที่สุดเท่าไหร่ เพื่อที่จะเขียนด้วย ความเร็วสูงสุดนี้
  • Simulaton เป็นการจำลองการเขียนแผ่นก่อนการเขียนจริง เพื่อป้องกันการเสียหายของแผ่นซีดีที่เขียน ซึ่งอาจเกิดจากไฟล์ข้อมูลมีปัญหา หรือแผ่นซีดีที่เป็นต้นฉบับที่เรานำมาก๊อปปี้ ไม่สมบูรณ์ เป็นต้น
  • Write เป็นตัวเลือกที่ใช้สำหรับขั้นตอนในการเขียนแผ่นซีดี ที่เป็นการเขียนจริง
  • Finalize CD กำหนดให้เป็นการเขียนครั้งสุดท้าย และไม่มีการเขียนอีกในภายหลัง
  • Write Speed สำหรับกำหนดความเร็วในการเขียนแผ่นซีดีที่เราต้องการ ซึ่งจะเขียนได้สูงสุดเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับ CD-Writer ของเรา
  • Wtite Method กำหนดวิธีการเขียนแผ่นซีดี ซึ่งจะมีตัวเลือก Disc-At-Once ให้เรา ซึ่งจะเป็นการเขียนแผ่นซีดีแบบครั้งเดียว
  • Number of Copies สำหรับกำหนดจำนวนของแผ่นซีดีที่ต้องการเขียน ปกติโปรแกรมจะกำหนดเป็น 1 แผ่น แต่เราสามารถระบุจำนวนแผ่นที่ ต้องการได้ หากต้องการเขียนหลายแผ่น
  • Use Multiple Recorders ใช้สำหรับกรณีที่มี CD-Writer หลายตัว แล้วเขียนสองแผ่นในเวลาเดียวกัน

Options สำหรับกำหนดหน่วยความจำแคชที่จะใช้ในการเขียนแผ่นซีดี ประกอบด้วย

  • Cach disk and network file ใช้สำหรับให้มีการใช้พื้นที่ดิสก์ในการทำเป็นหน่วความจำ
  • Cach file smaller than กำหนดขนาดของไฟล์แคชที่ใช้ในการเขียนแผ่น ปกติจะกำหนดมาให้เป็น 128 KB แต่เราอาจเพิ่มขึ้นได้ จะทำให้การ เขียนแผ่นซีดีเร็วขึ้น

    ก็เป็นอันว่าจบขั้นตอนในส่วนการกำหนดรายละเอียดในการเขียนแผ่นซีดี ให้เรากดปุ่ม Next ได้เลย เพื่อเข้าสู่การเขียนซีดีกันต่อไปครับ

รูปที่ 7 กำหนดรูปแบบและความเร็วในการเขียนซีดีที่ Burn

เริ่มเขียนแผ่นซีดีด้วย nero BURNING ROM กันเลย

    หลังจากที่กำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเขียนซีดีเรียบร้อยแล้ว เราจะมาลองเริ่มเขียนแผ่น ซีดีกันเลย ซึ่งจากตัวอย่างผมจะเขียน แผ่นเพลง MP3 จากแผ่นต้นฉบับไปยังแผ่นซีดีเปล่า ก็จะมีขั้นตอน ดังนี้

    1. เลือกประเภทการเขียนแผ่นเป็น CD-ROM (ISO) จากนั้นกำหนด Multisession เป็น No Multisession เนื่องจากผมต้องการเขียนครั้งเดียวครับไม่ต้อง การเขียนต่อ เพราะแผ่น MP3 เพลงเยอะครับ เขียนครั้งเดียวก้อเต็มแล้วครับ

รูปที่ 8 กำหนดการเขียนแบบ No Multisession

    2. กำหนด File Option เป็น ISO Level 2 พร้อมกับ Format เป็น Mode 2 เพื่อให้รองรับการเขียนไฟล์และโฟลเดอร์ยาว ๆ ได้ พร้อมกับกำหนดตัวเลือก Juliet ด้วย เพื่อให้รองรับภาษาไทย ส่วน Character Set และ Relax ISO Restricstion ให้ใช้ค่าดีฟอลต์ของโปรแกรม

รูปที่ 9 กำหนดรูปแบบไฟล์ที่เขียนแบบ ISO Level 2

    3. กำหนด Volumn Discriptor เป็น ISO 9660 พร้อมทั้งกำหนดรายละเอียดของแผ่นให้เรียบร้อย

รูปที่ 10 กำหนดรายละเอียดให้แผ่นซีดีที่ Volumn Descriptor

    4. กำหนด Date หรือวันที่ของไฟล์และไดเร็กทอรีที่เขียนลงในแผ่นซีดี ในที่นี้ ระบุเป็น Use the date and time from original file คือใช้วัน เวลาเดียว กันกับไฟล์ต้นฉบับ

รูปที่ 11 กำหนดวันเวลาให้กับไฟล์ที่จะเขียนลงในซีด

     5. กำหนด Burn แผ่นซีดี โดยกำหนด Action ที่ต้องการ ในที่นี้กำหนดให้ Write เพียงอย่างเดียว ไม่ต้อง Determine Maximum Speed และ Simulation เนื่องจากว่าต้องใช้เวลาในการเขียนแผ่นถึง 2 เท่า แต่จะอาจมีความเสี่ยงสูง เพราะที่ผมใช้ตัวเลือก Write อย่างเดียวเพราะใช้บ่อยครับ ไม่มีปัญหาแต่ถ้า สำหรับคุณ ๆ หากกลัวละก็อ แนะนำให้เลือก ตัวเลือก Simulation ด้วยครับ พร้อมกันนี้ก็ให้กำหนด Writer Speed เป็น 4X คือเขียนที่ความเร็วสูงสุด ไปเลยครับ จะได้เสร็จไว ๆ

รูปที่ 12 กำหนดเงื่อนไขและความเร็วในการเขียนแผ่นซีดีที่ Burn

     6. ก็เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนการกำหนดค่าการเขียนซีดีเรียบร้อย ให้คลิกปุม Next ต่อไป
     7. โปรแกรมจะแสดงไฟล์บราวเซอร์ และหน้าต่างเลย์เอาต์ของแผ่นซีดีที่เราจะเขียนข้อมูลลงไป ให้เราเลือกโฟลเดอร์ทั้งหมดของแผ่นแล้วลากไปวาง ในหน้าต่างเลย์เอาต์ ดังรูปที่ 13 โปรแกรมจะแสดงรายการที่จะเขียนลงในซีดีพร้อมกับขนาดของข้อมูลที่แถบแสดงขนาดข้อมูลด้านล่าง โดยแถบสีน้ำเงิน คือขนาดของข้อมูลที่เลือกเขียนจริง แต่จากรูปจะเห็นว่ามีแถบสีส้มเกิดขึ้น แสดงว่าข้อมูลที่เราเลือก มีขนาดเกินความจุที่แผ่นจะรับได้ให้คลิกเลือกโฟลเดอร์ บางตัวออก จนมีแต่แถบสีน้ำเงิน ไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่สามารถเขียนแผ่นได้




รูปที่ 13 เลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการเขียน จากนั้นลากไปที่หน้าต่างเลย์เอาต์



รูปที่ 14 รายการข้อมูลที่จะเขียนลงในซีดีพร้อมกับขนาดของข้อมูลที่แถบแสดงขนาดข้อมูลด้านล่าง

    8. คลิกเลือกเมนู File แล้วเลือกคำสั่ง Write CD เพื่อสั่งให้เริ่มทำการเขียนแผ่นซีดี จากข้อมูลที่เราใส่ไว้ในหน้าต่างเลย์เอาต์

รูปที่ 16 เลือกคำสั่ง File > Write CD เพื่อเริ่มเขียนแผ่นซีดี

    9. โปรแกรมจะกลับมาที่ส่วน Burn อีกครั้ง เพื่อให้เราตรวจสอบเงื่อนไขการเขียนแผ่นซีดีอีกครั้ง ซึ่งหากเราเปลี่ยนใจ จะกำหนด ยกเลิก อะไรก็ทำได้อีก ครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วให้คลิกที่ปุ่ม Write ได้เลย

รูปที่ 17 คลิกที่ปุ่ม Write เพื่อเริ่มต้นการเขียนแผ่นซีด

     10. โปรแกรมจะเริ่มเขียนข้อมูลงในผ่นซีดี โดยจะให้เราใส่แผ่นที่จะเขียนข้อมูลหรือแผ่นเปล่าไปที่ CD-Writer จากนั้นก็จะเริ่มเขียนแผ่น ตอนนี้ก็ให้ เรารอ จนกว่าจะเขียนเสร็จครับ ซึ่งก็ถ้าเต็มความจุ 650-700 เมกกะไบต์ ก็ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที ที่ CD-Writer 4X ครับ

รูปที่ 18 ขณะ Nero Berning ROM กำลังเขียนแผ่นซีดี

    11. เมื่อโปรแกรมเขียนแผ่นซีดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะคายแผ่น (Eject) ที่ CD-Writer ที่เขียนเสร็จแล้วออกมา พร้อมกับแสดงไดอะล็อกบ๊อกซ์ว่าเขียน แผ่นเสร็จเรียบร้อย ก็เป็นอันว่า เราได้แผ่นเพลง MP3 สมใจเรียบร้อยแล้วครับ สามารถนำไปใช้ฟังได้เลย

รูปที่ 19 โปรแกรมจะแจ้งผลการเขียนแผ่นให้ทราบเขียนแผ่นซีดเสร็จเรียบร้อย

เราสามารถใช้ Windows Explorer ตรวจสอบข้อมูลในแผ่นได้ ว่าได้ถูกเขียนลงไปตามที่ต้องการหรือไม่ ดังรูปที่ 20

รูปที่ 20 ข้อมุลในซีดีรอมที่ได้

ส่งท้ายกับ nero BURNING ROM

    ถึงตอนนี้เราก็สามารถใช้ nero BURNING ROM กันได้แล้วครับ ในการจัดเก็บข้อมูล โปรแกรมยังมีฟังก์ชั่นในการเขียนแผ่นอีก เช่น การเขียนแผ่น วีดีโอซีดี (VCD)การเขียนแผ่นออดิโอ (Audio CD) เป็นต้น ซึ่งเราก็เลือกประเภทของการเขียนแผ่นซีดีที่ต้งการแทน CD-ROM (ISO) ที่เราเลือกจาก ในตัวอย่างนี้แทน ในส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ก็มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งใช้งานไม่ยากครับ ซึ่งเราก็คงจะเห็นแล้วว่า nero BURNING ROM เป็นโปรแกรม เขียนซีดีที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพสูง ในขณะเขียนแผ่นซีดี สามารถใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ ก็ได้ด้วย ไม่ทำให้การเขียนเสียหาย แต่ก็อาจจะโหลด ทำให้ช้าบ้าง ดังนั้นหากคราวต่อไป คุณคิดจะเขียนแผ่นซีดีแล้วละก็ อย่าลืมคิดถึง nero BURNING ROM โปรแกรมเขียนแผ่นซีดีตัวเก่งนี้นะครับ